ปี 2026 เตรียมพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแวดวงภาพยนตร์ เมื่อมีการประกาศว่าเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน (Busan International Film Festival – BIFF) กำลังจะเปิดมิติใหม่ด้วยการจัดตั้ง “ตลาดซื้อขายภาพยนตร์แห่งอนาคต” (Future Film Market 2026) โดยมีข่าวลือหนาหูว่าผู้อำนวยการสร้างชื่อดังอย่าง บง จุน-โฮ ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญในการวางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนตลาดแห่งนี้ เพื่อเชื่อมโยงผู้สร้างจากเอเชียสู่เวทีโลก สร้างโอกาสทางการค้าและฉายแสงให้กับผลงานจากภูมิภาคที่ยังไม่เป็นที่ประจักษ์
นี่ไม่ใช่แค่การจัดแสดงผลงานอีกต่อไป แต่คือการขยับหมากครั้งสำคัญที่ตอบรับกับกระแสความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ข่าววงในเผยว่า ตลาดใหม่นี้จะเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงในการนำเสนอและเจรจาธุรกิจ อำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้อและผู้ขายจากทั่วทุกมุมโลกสามารถเข้าถึงข้อมูลภาพยนตร์ได้แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องเดินทางมายังเทศกาล ช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ และเปิดประตูให้ผู้ผลิตภาพยนตร์อิสระรายย่อยมีโอกาสเข้าถึงตลาดสากลได้มากขึ้น
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของเทศกาลภาพยนตร์ทั่วโลก ขณะที่เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ เองก็กำลังเร่งปรับตัวเพื่อดึงดูดความสนใจจากนานาชาติ การที่ปูซานเลือกเดินเกมรุกในลักษณะนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณให้กับเทศกาลอื่น ๆ ว่าการปรับตัวเป็นสิ่งจำเป็น หากต้องการรักษาบทบาทความเป็นศูนย์กลางและจุดนัดพบที่สำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในยุคดิจิทัล
ประเด็นที่น่าจับตาคือ ฟีดแบ็กจากผู้เข้าร่วมงานเทศกาลปีก่อน ๆ ได้บ่นถึงความยุ่งยากในการเชื่อมต่อกับผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่และช่องทางตลาดที่จำกัด ด้วยเหตุนี้ คณะผู้จัดงาน BIFF จึงมองเห็นช่องว่างและตัดสินใจสร้างแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ความต้องการส่วนนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้ภาพยนตร์ดี ๆ มีโอกาสเผยแพร่ไปสู่สายตาผู้ชมทั่วโลกได้อย่างแท้จริง
สำหรับ “ตลาดซื้อขายภาพยนตร์แห่งอนาคต 2026” ยังมีข้อมูลไม่มากนัก แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดเผยว่า ผู้จัดงานตั้งเป้าให้เป็นพื้นที่ทดลองและนำร่องฟอร์แมตใหม่ ๆ ในการซื้อขายลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบ AI ในการจับคู่ผู้ซื้อผู้ขาย หรือแม้กระทั่งการนำบล็อกเชนมาใช้ในการบริหารจัดการสัญญา ซึ่งจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซานเท่านั้น แต่ยังอาจจะจุดประกายให้เทศกาลภาพยนตร์อื่น ๆ ต้องปรับตัวตาม โดยเฉพาะเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญในภูมิภาค ที่จับตาดูความเคลื่อนไหวนี้อย่างใกล้ชิด ต้องมารอลุ้นกันว่า เทรนด์ใหม่นี้จะไปในทิศทางใด และจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์ได้จริงหรือไม่
