เมื่อบ่ายวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ งานเสวนาภาพยนตร์แห่งชาติ ‘อนาคตที่ฉายชัด’ ซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันศิลปะภาพยนตร์ไทย ดร.ประภาส กิจวานิชย์ นักวิจัยภาพยนตร์ชื่อดังจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้จุดประกายประเด็นที่น่าจับตาเกี่ยวกับการกลับมาของภาพยนตร์แนว Coming of Age ที่ไม่ได้เป็นเพียงการหวนคืนกระแส แต่กำลังจะกลายเป็นขั้วอำนาจใหม่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก แรงกระเพื่อมครั้งนี้กำลังเปลี่ยนทิศทางวงการอย่างมีนัยสำคัญ
ดร.ประภาส ชี้ให้เห็นว่าหลังจากช่วงเวลาที่ผู้ชมโหยหาความบันเทิงรูปแบบใหม่ หนังที่เน้นการเติบโตและการค้นหาตัวเองของตัวละครในวัยเปลี่ยนผ่าน กำลังได้รับความสนใจมหาศาลจากทั้งผู้ชมและผู้สร้าง ตัวเลขจากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่อย่าง ‘StreamNow’ เผยว่ายอดการรับชมภาพยนตร์และซีรีส์แนวนี้เพิ่มขึ้นกว่า 30% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ซึ่งถือเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด สวนทางกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์บางเรื่องที่ทำรายได้ไม่เป็นไปตามเป้า
สาเหตุหลักที่ทำให้ภาพยนตร์แนวนี้กลับมาผงาดอีกครั้ง ดร.ประภาส วิเคราะห์ว่า เกิดจากการที่ผู้ชมในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Alpha กำลังเผชิญกับความท้าทายในชีวิตประจำวันที่ซับซ้อนขึ้น พวกเขาจึงต้องการเรื่องราวที่สะท้อนการต่อสู้ การเรียนรู้ และการปรับตัว เพื่อเป็นกระจกสะท้อนความคิดและเป็นแรงบันดาลใจในการก้าวผ่านช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง ตัวละครที่ผิดพลาด ล้มเหลว และเติบโตไปด้วยกัน จึงกลายเป็นสิ่งที่พวกเขาเข้าถึงและรู้สึกร่วมได้อย่างลึกซึ้ง
ไม่ใช่แค่เนื้อหาที่น่าติดตาม แต่เทคโนโลยีการสร้างภาพยนตร์ที่ก้าวหน้ายังช่วยเสริมให้การเล่าเรื่องของหนังแนว Coming of Age มีมิติมากขึ้น ผู้สร้างสามารถใช้เทคนิคพิเศษเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกภายในของตัวละครได้อย่างละเอียดอ่อน ทำให้ผู้ชมรู้สึกอินและผูกพันกับตัวละครได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอภาพในอดีตด้วยเทคนิคย้อนยุค หรือการใช้มุมกล้องที่เน้นความรู้สึกส่วนตัวของตัวละคร ซึ่งต่างจากภาพยนตร์แนวเดิมๆ ที่มักเน้นฉากกว้างและการดำเนินเรื่องที่รวดเร็ว
ในมุมมองของผู้ผลิต ภาพยนตร์แนวเติบโตยังเป็นโอกาสทองเนื่องจากต้นทุนในการสร้างที่ยืดหยุ่นกว่าภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ แต่กลับมีโอกาสทำกำไรสูงหากเข้าถึงใจผู้ชมได้ ผลพวงจากการเสวนาครั้งนี้ ทำให้ นายธนากร วัฒนศิลป์ ผู้บริหารค่ายหนังอิสระ ‘แสงตะวันสตูดิโอ’ ประกาศว่า “เรากำลังเตรียมโปรเจกต์ภาพยนตร์ Coming of Age ฟอร์มย่อมๆ แต่เน้นคุณภาพของบทและการแสดง โดยตั้งเป้าจะฉายภายในต้นปี 2569 นี่คือทิศทางใหม่ที่เราเชื่อมั่น”
จากกระแสที่กำลังก่อตัวนี้ คาดการณ์ได้เลยว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราจะได้เห็นภาพยนตร์แนว Coming of Age ที่หลากหลายและลุ่มลึกมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องราวการค้นหาตัวเองของวัยรุ่น แต่จะขยายไปสู่การเติบโตในทุกช่วงวัยของชีวิต ไม่แน่ว่าภาพยนตร์เรื่องถัดไปที่คุณประทับใจ อาจจะเป็นเรื่องราวของใครบางคนที่กำลังก้าวผ่านช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนแปลงอยู่ก็เป็นได้
